มาเก็บกวาดบลอคตามคำค่อนขอดของใครคนหนึ่งแล้วคะ
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลามาอัพเดทสักเท่าไหร่
เพราะเรียนหนักขึ้นเรื่อยๆๆ แต่มีเวลาไปเม้นท์เนอะ อิอิ
เมื่อหลายวันก่อนได้รับฟอร์เวิร์ดเมล์อันนึงมา
เป็นเรื่องราวน่ารักๆๆของงานฉลองที่เพิ่งผ่านมา
เลยลองเอามาแบ่งปันกันนะคะ
คณะของสวาซิแลนด์
ทำเอาชาวบ้านหัวใจเกือบวายด้วยการประกอบพิธีโดยคุณ"Spiritualist"ในคณะ
เมื่อคราวเสด็จฯพระที่นั่งอนันตฯตอนที่คณะจะเสด็จกลับคุณSpiritualist
ซึ่งได้รับเชิญให้มากับกษัตริย์สวาซิแลนด์คนนี้ก็เดินกลับมาหาในหลวง
แล้วก็ตะโกนเสียงดังมากท่าทางขึงขังราวกับจะเข้ามาทำร้ายแล้วก็เดินจากไป
ขณะที่พระองค์ท่านพระพักตร์นิ่งมากๆส่วนทุกคนในที่นั้นหน้าซีดเผือด
คืนนั้นทหารของวังก็มาที่โรงแรมทันที
เล่นเอานายตำรวจเกียรติยศของเราที่เป็นราชองครักษ์ให้กับคณะถึงกับลมใส่
แต่ปรากฏว่าไม่มีอะไรค่ะในวังสั่งให้มาสอบถามฝ่ายสวาซิแลนด์ว่า
คุณหมอผีแกพูดว่าอะไรและท่าทางในขณะนั้นมีความหมายว่าอย่างไร
คำตอบน่ารักมากเค้าบอกว่านั่นคือพิธีถวายพระพรพระเจ้าอยู่หัว
แต่เสียดายมากที่ไม่สามารถทำได้อย่าง"ครบเครื่อง"
เพราะตามปกติต้องมีชุดประจำชาติ(ซึ่งจะมีหอกและไม้เท้า)แต่โดยที่เราไม่อนุญาตให้พกอาวุธ(ยกเว้นเป็นเครื่องแต่งกายปกติของกษัตริย์
อาทิชุดของkingคูเวตและมาเลเซียซึ่งเหน็บกริชด้วย)
จึงไม่สามารถทำได้อย่างครบถ้วนถูกต้องแล้วขอโทษมาด้วย
คนที่ได้ยินเลยอมยิ้มกันไปตามๆกัน
สมเด็จพระบรมนาถสีหมุนี
วันเสด็จฯไปกองทัพเรือนั้นประชาชนมารอรับเสด็จเนืองแน่น
พระองค์ท่านทรงโบกพระหัตถ์อยู่ในรถ
จนคุณตำรวจเกียรติยศทูลถามว่าทรงประสงค์จะให้เอากระจกลงหรือไม่
ตอนแรกพระองค์ท่านทรงปฏิเสธแต่ในที่สุด
เมื่อทอดพระเนตรเห็นฝูงชนที่บีบเข้ามาเรื่อยๆรถก็เคลื่อนไปได้ช้า
จึงรับสั่งให้เอากระจกลงพอชาวบ้านเห็นก็ตะโกนกันใหญ่ว่าทรงพระเจริญ
พระองค์ท่านแย้มสรวลให้จนมีเสียงผู้หญิงคนนึงตะโกนฝ่ามาจากฝูงชนว่า
"ทรงหล่อมากๆ"
คราวนี้พระองค์ท่านแย้มพระสรวลไม่หุบเลย
มีคนหลังไมค์มาถามเราว่าเราไปทำอะไรมาเหรอถึงรู้เรื่องที่เอามาเล่าเนี่ย
ก็ขอตอบละกันว่าไปเป็น"เลซอง"มาค่ะ
เลซอง(liaison)คือเจ้าหน้าที่ประสานงานให้กับคณะของพระราชอาคันตุกะ
ทุกคณะจะมีเลซองประจำคณะละ2คนขึ้นไปหลักๆคือเป็นเลซองตัวพระประมุข1
คนและผู้ช่วยเลซอง1คนแต่หากมีพระชายา/
พระสวามีโดยเสด็จด้วยก็จะเพิ่มเลซองอีก1คน(ของมาเลเซียกับญี่ปุ่นมีคณะละ
4คนเนื่องจากคณะใหญ่มากญี่ปุ่นมีผู้ตามเสด็จประมาณ200คน)
พูดถึงเลซองแล้วก็คิดถึงสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน
และเจ้าหญิงแมรี่แห่งเดนมาร์ก
เกร็ดน่ารักๆเรื่องนี้คือว่าทั้งสองพระองค์เคยเป็นสามัญชนมาก่อน
(ควีนซิลเวียเป็นชาวเยอรมันส่วนเจ้าหญิงแมรี่เป็นชาวออสเตรเลีย)
และเคยเป็นเลซองจึงได้พบกับกษัตริย์สวีเดนและเจ้าชายแห่งเดนมาร์ก
เมื่อท่านเสด็จฯไปเยือนประเทศบ้านเกิดของทั้งสองพระองค์
เอ้อไม่อยากบอกเลยว่าข้อมูลนี้เลยเป็นแรงบันดาลใจให้สาวๆ
หลายคนอยากเป็นเลซองให้กับคณะๆหนึ่ง
ซึ่งไม่ต้องบอกก็คงรู้กันดีนะคะว่าเป็นคณะไหน
แต่..เสียใจด้วยจ้าคณะนั้นเค้าจัดเลซองผู้ชายให้แล้ว(ฮือเสียดาย)
ยังมีต่อคะ น่ารักๆๆ ไว้วันหลังเอามาลงล่ะกัน
ได้ใกล้ชิดด้วย น่าอิจฉาจริงๆ