2006/Jul/16

กลับมาแล้วคะ หลังจากไปแอ่วกรุงเทพซะหลายวัน แล้วก็มีงานที่มหาลัยนิดหน่อย ได้เสื้อสูทแล้วด้วย เย้ๆๆ ไว้จะถ่ายรูปมานะคะ มาต่อจากคราวที่แล้วดีกว่า

บรูไนกับมาเลเซีย
คืนวันที่12ราวๆ2ยามเห็นจะได้เจ้าหน้าที่สถานทูตบรูไน3คน
มาที่โรงแรมShangri-Laและได้ขอพบเลซองมาเลเซียแล้วก็บอกว่า
ควีนบรูไนมีของมาถวายองค์รายาประไหมสุหรีอากง(ควีนมาเลเซีย)
ต้องถวายให้ได้ในคืนนั้น ของนั้นเป็นถุงกระดาษสีน้ำตาลเล็กๆมีscotchtapeพันๆอยู่ดูแล้วไม่เรียบร้อยเลยแม้แต่น้อยแต่เจ้าหน้าที่บรูไนมีเอกสารมาให้เซ็นรับอย่างดี และยืนยันต้องถวายให้ได้
โชคดีว่าขณะนั้นทรงประทับเสวยพระกระยาหารมื้อดึกอยู่ยังไม่เข้าบรรทม
ราชเลขาธิการมาเลเซียจึงได้นำของดังกล่าวเข้าไปถวายโดยใส่พาน
แต่มิได้แกะห่อออกดูจึงทรงรับสั่งให้แกะห่อ เอ่อทายสิคะว่าของในห่อที่ดูไร้ค่ามากๆคืออะไร มันคือเครื่องเพชรค่ะเครื่องเพชรอันใหญ่เบ้งประกอบด้วยพัชราวลัย(สร้อยคอ)กุณฑล(ต่างหู)และกำไลข้อพระกรอีก1คู่
(ปาดเหงื่อ1ที)งานนี้เลซองเกือบซวยค่ะ เธอสารภาพกับดิฉันว่าคิดว่าจะแอบเอาไปโยนทิ้งอยู่แล้วเพราะสภาพของห่อดีกว่าห่อขนมไข่หงส์นิดเดียว!


speechประวัติศาสตร์ที่จับใจคนทั้งโลกขององค์สุลต่านแห่งบรูไนค่ะ
ก่อนหน้านั้นเพียงวันเดียวท่านได้ทรงขอข้อมูลจากฝ่ายไทยเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อเตรียมการยกร่างและคำถามที่ถามกันมากมากเหลือกเกินว่าใครคือผู้ยกร่างผู้ร่างก็คือองค์สุลต่านนั่นเองค่ะ ยืนยันจากเจ้าหน้าที่โต๊ะบรูไนของกระทรวงการต่างประเทศที่นั่งทำงานอยู่ข้างๆดิฉันเนี่ยแหละเพราะเธอเป็นคนให้ข้อมูลท่านไปเองค่ะและท่านทรงยกร่างเองและรัฐมนตรีต่างประเทศเพียงเตรียมเป็นประเด็นสั้นๆ(pointers)ให้ทราบว่าทรงปลาบปลื้มพระทัยยิ่งกับความเอาพระทัยใส่ของในหลวงของเราที่ทรงรับสั่งแสดงความยินดีกับองค์สุลต่านที่พระชายาชาวมาเลเซียมีประสูติกาลพระโอรสเพียง1สัปดาห์ก่อนเสด็จมาประเทศไทย อยากจะบอกว่าภาษาอังกฤษที่ใช้นั้นไม่มีอะไรที่ซับซ้อนเลยเป็นภาษาที่แสนจะง่ายธรรมดาสามัญแต่เมื่อประกอบกันขึ้นเป็นspeechแล้วกลับซาบซึ้งกินใจอย่างยิ่ง


พ.ต.ท.เชิดชายชมธวัชวัย64ปีนายตำรวจเกษียณผู้ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่2ที่ได้รับพระราชทานวโรกาสให้เข้าเฝ้าพระประมุขแห่งญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิด คุณลุงเชิดชายเล่าย้อนเวลาเมื่อ12ปีที่ผ่านมาเมื่อครั้งที่ยังรับราชการในตำแหน่งรองผกก.หน.สภ.อ.ขุนยวมจ.แม่ฮ่องสอน
ได้พบว่าในพื้นที่อ.ขุนยวมมีข้าวของเครื่องใช้ของทหารญี่ปุ่นในสมัยสงครามโลกหลงเหลืออยู่กระจัดกระจายเป็นจำนวนมากเลยมีความคิดริเริ่มที่จะรวมรวมสิ่งที่หลงเหลือจากประวัติศาสตร์เหล่านี้รวมกันไว้เพื่อเป็นแหล่งความรู้ให้กับคนรุ่นหลังจึงเริ่มสะสมและเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่2ขึ้นนับแต่นั้นมา คุณลุงก็ได้รับหนังสือเชิญจากสถานทูตญี่ปุ่นโดยมีข้อความเชิญตัวคุณลุงเองและภรรยาเข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตและสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะในวันที่13มิ.ย.โดยข้อความทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษและเขียนชื่อคุณลุงเป็นภาษาไทย และเจ้าหน้าที่ก็ได้มอบภาพถ่ายของทั้งสองพระองค์ให้กับคุณลุงด้วยหน้าที่ได้จัดลำดับให้ผมเข้าเฝ้าเป็นลำดับที่3จากผู้ที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้ากว่า40คนเมื่อได้เข้าเฝ้าพระจักรพรรดิอากิฮิโตได้สัมผัสมือกับผมและตรัสผ่านล่ามว่ารู้สึกขอบคุณ
และขออภัยที่ทำให้ผมต้องเดินทางมาไกลและตรัสว่าในนามของประชาชนชาวญี่ปุ่นและในนามของประมุขของประเทศญี่ปุ่นขอขอบคุณที่ได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ดังกล่าวขึ้นมาและฝากความระลึกถึงชาวบ้าน3คนที่ไม่มีโอกาสเดินทางมาด้วย ซึ่งในการพูดคุยพระองค์ทรงมีอัธยาศัยอย่างไมตรีและไม่ถือตัวสร้างความปีติให้กับผมและภรรยาอย่างที่สุดโดยการเข้าเฝ้าเมื่อวันที่13มิ.ย.ที่ผ่านมาสมเด็จพระจัรพรรดิอากิฮิโตได้พระราชทานจอกเงินที่มีตราราชวงศ์ญี่ปุ่นประทับอยู่ให้กับผมและภรรยาด้วย" คุณลุงเชิดชายยังบอกด้วยว่าพิพิธภัณฑ์สงครามโลกมีความสำคัญกับชาวญี่ปุ่นและคนไทยที่ผ่านพ้นประวัติศาสตร์ร่วมกันโดยเฉพาะเส้นทางเดินทัพที่พาดผ่าน อ.ขุนยวมเรียกกันว่าเป็น"เส้นทางโครงกระดูก"โดยขณะนั้นทหารฝ่ายพันธมิตรได้ปิดล้อมกองทหารญี่ปุ่นตั้งแต่เมืองโอคิมาของอินเดียตอนใต้
ไล่ลงมาผ่านอิรวดีของพม่าและเข้าสู่ภาคเหนือของไทยที่อ.ขุนยวมซึ่งยุกธการปิดล้อมครั้งนั้นได้ทำให้ทหารญี่ปุ่นต้องเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก
และเนื่องในปีนี้เป็นปีมงคลคุณลุงจึงตั้งใจถวายพิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่2ให้เป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระจักรพรรดิอากิฮิโตแห่งญี่ปุ่นและปฏิญาณว่าจะตั้งใจดำเนินการสะสมสิ่งของในอดีตรวมทั้งเป็นแหล่งความรู้ให้กับผู้สนใจศึกษาต่อไปด้วย


แม่ค้าผลไม้ที่เจ้าชายแห่งลักเซมเบิร์กได้เสด็จฯเยี่ยมชมตลาดและทรงลองเสวยทุเรียนซึ่งคุณแม่ค้าสาว 2พี่น้องเจ้าของร้านนันท์-น้อยเล่าถึงความประทับใจและระทึกใจต่อเจ้าชายหนุ่มว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาขณะที่กำลังขายผลไม้อยู่หน้าร้านปรากฎว่าบริเวณหน้าตลาดอตก.มีผู้คนคึกคักผิดปกติเลยรู้ว่ารอชมพระบารมีของเจ้าชายคุณแม่ค้าและน้องสายก็ตื่นเต้นดีใจที่มีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาชมตลาด (ขอแทรกค่ะ)แถมการเสด็จครั้งนี้ท่านทรงพระดำเนินมาตั้งแต่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสมายังตลาดคิดดูว่าทั้งร้อนทั้งไกลขนาดไหน คุณแม่ค้าเล่าอย่างเห็นภาพว่า
มาถึงพระองค์ท่านก็เลี้ยวมาที่ร้านของดิฉันทันทีพระองค์ทรงหยุดมองทุเรียนที่วางขายอยู่หน้าร้าน ซึ่งดิฉันก็บอกกับล่ามของพระองศ์ว่าสามารถชิมได้พระองค์มีท่าทีสนใจและยิ้มแย้มที่ได้เห็นทุเรียนแต่ทางผู้ติดตามบอกว่าพระองค์ไม่สามารถชิมได้เพราะเกรงว่าจะท้องเสียแต่พอล่ามได้บอกกับพระองค์ว่าแม่ค้าอยากให้ชิมพระองค์จึงตรัสว่าจะลองชิมแล้วผู้ติดตามก็ได้ให้ดิฉันเช็ดมีดให้สะอาดแล้วเอาไม้มาให้พระองค์จิ้มเสวยแต่ปรากฎว่าพระองศ์ทรงใช้มือหยิบเสวยพร้อมชมว่าอร่อยมากๆ คุณแม่ค้าเล่ามาถึงตรงนี้ก็ยิ้มปลื้มก่อนจะบอกว่าเสวยทุเรียนเสร็จดิฉันก็ถวายมังคุดให้เสวยต่อซึ่งพระองค์ก็ชอบมากอีกเช่นกันดิฉันเลยบอกผู้ติดตามว่าจะขอถวายผลไม้ให้ได้ไหมแต่ทางผู้ติดตามบอกว่าจะขอซื้อเพราะถ้าถวายก็กลัวว่าแม่ค้าจะขาดทุนเพราะต้องซื้อเป็นจำนวนมาก เท่านั้นแหละเธอถึงยอมใจอ่อนตัดใจขายทุเรียนให้พระองค์ท่านไป4กิโลราคา1พันบาทแล้วก็แถมผลไม้อย่างอื่นให้ด้วย คุณพี่แม่ค้าเล่าตอนนี้อย่างปลื้มสุดๆอีกว่าพระองค์ท่านถามดิฉันว่าทำไมต้องให้ฟรีดิฉันบอกว่าพระองค์เป็นแขกของในหลวงพระเจ้าแผ่นดินที่ดิฉันเคารพรักมากเมื่อพระองค์มาเยือนประเทศไทย มาเป็นแขกของพระเจ้าแผ่นดิน ดิฉันก็ต้องต้อนรับให้ดีที่สุดเช่นกันพอล่ามแปลให้ฟังพระองค์ท่านก็ทรงยิ้มแย้ม หลังจากวันนี้คุณพี่แม่ค้าก็มีเหตุระทึกใจเกิดขึ้นเพราะวันถัดมาจู่ๆก็มีโทรศัพท์ของบุคคลผู้ไม่คุ้นเคยโทรมาหาและบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสายสืบสน.บางซื่อพอรู้เท่านั้นแหละคุณพี่แม่ค้าต๊กกะใจนึกว่าพูดอะไรออกไป แต่ปรากฎว่าคุณพี่ตำรวจนายนั้นโทรมาบอกว่าคืนนั้นเจ้าชายทรงนอนไม่หลับเพราะยังคิดและประทับใจในคำพูดที่ดิฉันมีต่อพระเจ้าแผ่นดินและปลื้มใจที่มีประชาชนชาวไทยรักในหลวงมากมายขนาดนี้...โอยฟังแล้วปลื้มหัวใจเจ้าค่ะคุณพี่แม้ค้าเลยตบท้ายว่าที่เจ้าชายทรงเสด็จฯมาเสวยทุเรียนที่ร้านดิฉันรู้สึกดีใจมากและถือเป็นวาสนาว่าครั้งหนึ่งในชีวิตเคยมีพระเจ้าแผ่นดินพระองค์หนึ่งเสด็จมาดิฉันว่าประชาชนของประเทศลักเซมเบิร์กบางคนยังไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านเหมือนดิฉันถ้าเป็นไปได้ดิฉันอยากให้ท่านเสด็จมาเยือนประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง
คุณพี่แม่ค้าว่างั้น...ฮึโชคดีกว่าอิฉันอีกนะคุณพี่หุหุ


หมดแล้วคะหลายคนรอตั้งนานเลยป่าวเนี่ย ขอโต๊ดก๊าบบบบบ มีรูปด้วยนะ แต่ขี้เกียจลง แต่รูปน่าจะคงเคยเห็นกันแล้วนะคะ


Comment

Comment:

Tweet


อะแฮ่มขี้เกียจลงรูปอีกแล้ว

ใหม่พี่กลับมาแล้วนะไม่ปิดบลอคแล้วคิดถึงทีนี่
#16 by ravender At 2006-07-20 11:07,
ขอบคุณสำหรับคำอวยพร
ขอให้หนูมีความสุขเช่นกัน
#15 by จั่นเจา At 2006-07-19 17:23,
อ่านแล้วน่ารักดีค่า~
เที่ยวสนุกๆ เนอะ อ๊า~~ อยากเที่ยวหลังสอบ!!
#14 by +++Mizumi+++ At 2006-07-18 11:56,
อยากดูรูปจังเลยคะ
#13 by Juliet52 At 2006-07-18 11:35,
มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นหลายเรื่องเลยนะครับ
#12 by นายฉิม At 2006-07-18 08:43,
แวะมาเยี่ยมเยียนจ้า
แม้จะเคยอ่านบางเรื่องแล้ว
แต่ก็อ่านอีกรอบ
สบายดีป่าวคะ ? คิดถึงนะคะ

#11 by ©>KoNPiSeD™® At 2006-07-17 21:36,
อ่าอยากดูมั่งอ่ะ ลงรุปให้ดูหน่อยจิ *-*
#10 by +จั๊กกะจี๋จัง+ At 2006-07-17 17:03,
อ่านแล้วก็อดยิ้มไม่ได้

หามาเล่าได้เก่งจัง อิ ๆ
ตามมาอ่านอีก ก็ยังคงประทับใจอยู่นั่นเอง

Zhu ni xue xi de shun feng.
#8 by คนเถื่อน At 2006-07-17 10:25,
ชอบจังเลยครับ เกร็ดพวกนี้ หาอ่านที่ไหนไม่ได้ๆ ออิ
#7 by ฟิวส์ At 2006-07-17 10:22,
อ่านแล้วยิ้มมมมมมมมมมมมมมากๆเลยฮะ


ดีจังเลย ขอบคุณนะ ที่ที่เอามาเล่า
#6 by -- กำพล -- At 2006-07-17 09:42,
เด็ดมาก ๆ ฮา ๆ
#5 by ๏~ G♥J ~๏ At 2006-07-17 08:58,
เกร็ดประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้เลยนะเนี่ย speech องค์สุลต่านบรูไน ฟังแล้วประทับใจ
#4 by จั่นเจา At 2006-07-17 08:25,
ชอบเรื่องของแม่ค้าผลไม้จังเลย..
ทำหน้าที่ตัวแทนของประเทศไทยได้อย่างดีมากๆ...ตอบคำถามได้โดนใจอีกด้วย
#3 by Hongfha At 2006-07-17 06:48,
เขียนมากระวังมือหงิกน่ะครับ อิอิ อ่านแล้วเพลินดี

ว่าแต่เอามากจากไหนเยอะแยะเนี่ย เก่งจังครับ
#2 by ss At 2006-07-17 01:04,
ดีจังเลยจ้าที่มีเรื่องน่ารักมาให้อ่านสมกับที่รอคอยเลยนะ....เป็นปลื้มมาก
#1 by NuNual At 2006-07-16 23:43,